วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555



Past Simple Tense ใช้แสดงถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีตและได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีโครงสร้างประโยคดังนี้

Subject + verb ช่องที่ 2
หลักการใช้ Past Simple Tense
1. ใช้แสดงถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและสิ้นสุดลงแล้ว โดยจะระบุเวลาไว้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น
- Mark arrived at 7 o'clock yesterday.
- Joe bought a new car last week.
- The train stopped five minutes ago.
- They studied French last term.
2. ใช้แสดงถึงการกระทำที่เป็นนิสัยหรือเกิดขึ้นเป็นประจำในอดีต แต่ไม่ได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน มักมี adverbs of frequency ที่แสดงความบ่อยรวมอยู่ในประโยคเช่น always, usually, often, every........เป็นต้น และต้องมีคำบอกเวลาในอดีตแสดงไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น
- It often rained last week.
- He always played tennis last year.
- Jim drank coffee every two hours last night.
- They swam every evening last year.
3. ใน Past Simple Tense สามารถใช้ used to +คำกริยาช่องที่ 1 (เคย) แสดงถึงการกระทำที่กระทำอยู่ หรือที่เป็นอยู่เป็นประจำในอดีต ตัวอย่างเช่น
- Sam used to travel to Japan on business.
- She used to work here.
- They used to live in Chiang Mai.
หลักการเปลียนคำกริยาให้เป็น Past Tense
การเปลี่ยนรูปคำกริยาเป็น past tense มี 2 วิธี คือ
1, การเติม ed ที่ท้ายคำกริยาช่องที่ 1 (Regular Verb)
2. คำกริยาที่เปลี่ยนรูปใหม่ ( Irregular Verb)
หลักการเติมเติม ed ที่ท้ายคำกริยามีดังนี้
1.คำกริยาโดยทั่วไปเมื่อเปลี่ยนเป็นคำกริยาช่องที่ 2 ให้เติม ed ได้เลย เช่น
clean - cleaned
help - helped
watch - watched
2. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย e อยู่แล้ว ให้เติม d ได้ทันทีเช่น
like - liked
bake - baked
live - lived
3. คำกริยาที่เป็นพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดตัวท้ายอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วจึงเติม ed เช่น
stop - stopped
fit - fitted
plan - planned
4. คำกริยาที่มี 2 พยางค์ ออกเสียงเน้นหนักพยางค์หลังให้เพิ่มตัวสะกดตัวท้ายอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วจึงเติม ed
prefer - preferred
control - controlled
5. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย yและหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วจึงเติม ed เช่น
study - studied
cry - cried
carry - carried
แต่ถ้าหน้า y เป็นสระให้เติม ed ได้เลย เช่น
play played
stay - stayed
การทำเป็นประโยคคำถาม
1. ให้สังเกตว่าในประโยคมีกริยาช่วยหรือไม่ ถ้ามีให้นำกริยาช่วยมาวางไว้หน้าประโยคและใส่ เครื่องหมาย ?(question mark)ดังนี้
- He was in the bathroom five minutes ago.
Was he in the bathroom five minutes ago?
Yes, he was./No,he wasn't.
2. ถ้าในประโยคนั้นไม่มีกริยาช่วย ให้ใช้ did มาช่วย ( ประธานทุกตัวใช้ did) โดยนำ did มาวางไว้หน้าประโยค ตามด้วยประธานและกริยาต้องอยู่ในรูปเดิม( ช่องที่ 1) ท้ายประโยคใส่เครื่องหมาย?(question mark)
Cathy lived with her parents.
Did Cathy live with her parents?
Yes, she did. / No, she didn't.
การทำให้เป๋นประโยคปฏิเสธ
1. ถ้าในประโยคมีกริยาช่วยให้ใส่ not หลังกริยาช่วยนั้น เช่น
I was tired.
I was not tired หรือ I wasn't tired.
2. ถ้าไม่มีกริยาช่วยให้ใช้ did มาช่วย (ประธานทุกตัวใช้ did) แล้วใส่ not หลัง did และกริยาช่องที 2 ต้องเปลี่ยนเป็นกริยาช่องที่ 1
Ben danced yesterday.
Ben did not(didn't) dance yesterday.
Angela saw the denteist last week.
Angela did not (didn't) see the dentist last week.

แบบฝึกหัด

   1. Paul (get up) ............. at 7 o'clock.
                                               เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

                  2. I was very tired, so I (go) ........... to bed early.
                                          เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

                                    3. The window was open and a bird (fly) ............ into the room.
                                         เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

                4. It was warm, so I (take off) ................ my coat.
                                      เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

          5. It was cold, so I (shut) ........... the window.
                                       เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

           6. John (go) ............. to the cinema last week.
                                      เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

  7. Mary (spend) ............ a lot of money.
                                     เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    


                                    8. Tony (pass) ........... his examination because he studied very hard.
                                        เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

                            9. I was very thirsty. I (drink) ........... the water very quickly.
                                      เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

                         10. Mozart (write) ............ more than 600 pieces of music.
                                        เติมคำตอบ (ห้ามเคาะเว้นวรรค)    

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เว็บไซต์ ที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยว ทั้งหมดของนครสวรรค์ ในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็น ทั้งแหล่งท่องเที่ยว เชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ไนท์คลับ เทค ร้านอาหาร คาราโอเกะ โรงแรม ที่พัก บริการขนส่งต่างๆ ตลอดจนบริการอื่นๆ ที่คุณจะได้ทั้งหมดจาก บึงบอระเพ็ดดอตเน็ต
นอกจากนี้ ยังรวมเอาสถานบริการ แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง ที่คุณสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดการเดินทาง อย่างไม่มีเบื่อ
พบมุมมองใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนานตลอดทริปเดินทางของคุณ ที่นี่ เร็วๆ นี้
บึงบอระเพ็ด (อังกฤษ:Bueng Boraphet) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในท้องที่สามอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ กลางบึงมีตำหนักแพที่สร้างขึ้นครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน
เดิมบึงบอระเพ็ดแห่งนี้มีชื่อว่า "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เนื่องจากมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจระเข้ จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด มีพันธุ์สัตว์ที่หายากได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (พบครั้งแรกที่บึงบอระเพ็ด) ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำอพยพมาที่บึงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

พายุหมุน (งวงช้าง หรือพญานาคเล่นน้ำ) กลางบึงบอระเพ็ด